การติดต่อโหมด SSB (Single Side Band)

SSB มาจากคำว่า Single Sideband ซึ่งไม่ได้หมายถึงความถี่ หรือช่วงความถี่ ซึ่งที่จริงแล้ว SSB คือรูปแบบหนึ่งของการผสมสัญญาณ (Modulation) ซึ่งจัดว่าเป็นรูปแบบหนึ่งที่ได้ประสิทธิภาพสูงมากในการนำเสียงพูดหรือข้อมูลผสมกับคลื่นวิทยุและส่งออกไป ซึ่งการที่เรานำเสียงผสมลงไปบนคลื่นวิทยุเราจะเรียกว่าเป็นการผสมสัญญาณ (Modulation) ซึ่งการผสมสัญญาณที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี มีอยู่ 2 แบบคือ FM (Frequency Modulation) และ AM (Amplitude Modulation) ในความถี่ 144-146MHz ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันเกือบทั้งหมดจะใช้การผสมสัญญาณแบบ FM ส่วนการผสมสัญญาณแบบ AM จะมีใช้อยู่ในวิทยุกระจายเสียงความถี่ต่ำมากเรามักเรียกติดปากว่าย่าน AM

สำหรับ SSB นั้นจะไม่เกี่ยวข้องกัน FM แต่อย่างใด จะเกี่ยวข้องกับ AM โดยตรง ในขณะที่ส่งคลื่นวิทยุด้วยการผสมสัญญาณแบบ AM นั้น เสียงพูดจะถูกผสมลงไปบนคลื่นวิทยุความถี่หนึ่ง เรียกว่าคลื่นพาห์ (Carrier Wave) ซึ่งคลื่นพาห์นี่เองจะเป็นตัวนำพาเสียงที่เราได้ผสมลงไปในด้านส่ง ไปยังด้านรับ ซึ่งเมื่อคลื่นพาห์เดินทางไปถึงด้านรับแล้วเครื่องรับจะแยกสัญญาณเสียงออกจากคลื่นพาห์

ในขั้นตอนของการผสมสัญญาณแบบ AM นั้น คลื่นพาห์จะถูกส่งออกไปอย่างต่อเนื่อง และคลื่นเสียงจะถูกผสมเข้าไปในลักษณะที่สมมาตรกันทั้ง2 ด้านของคลื่นพาห์ ซึ่งเราเรียกว่า Sideband คล้ายกับเราส่องกระจกที่ Sideband ทั้ง 2 ด้านจะเหมือนกันทุกประการ ซึ่งสัญญาณที่ผสมลงไปทั้ง 2 ด้านของคลื่นพาห์นั้น ด้านที่อยู่เหนือขึ้นไปของคลื่นพาห์เราเรียกว่า Upper Sideband (USB) ส่วนด้านที่อยู่ต่ำลงมาจากคลื่นพาห์จะเรียกว่า Lower Sideband (LSB) ซึ่งพอจะสรุปได้ว่าในการส่งสัญญาณด้วยการผสมสัญญาณแบบ AM นั้นจะส่งออกไปทั้ง USB และ LSB พร้อมๆ กัน หรือเรียก Double Sideband (DSB) ก็ว่าได้

นักวิทยุสมัครเล่นได้มีการทดสอบทดลองวิธีการผสมสัญญาณแบบต่างๆ มาโดยตลอด รวมถึง AM หรือ DSB ด้วยเช่นกัน ซึ่งต่อมาได้มีการทดลองส่งโดยการตัด Sideband ด้านใดด้านหนึ่งออกไป ซึ่งถ้าตัด Sideband ด้านล่างออกไปจะเป็นการส่งไปด้วย Sideband ด้านบนด้านเดียวเราก็เรียกว่าส่งแบบ USB และถ้าตัด Sideband ด้านบนออกไปเราก็เรียกว่าส่งแบบ LSB ซึ่งนักวิทยุสมัครเล่นมักนิยมใช้งาน Mode USB และ LSB มากกว่า AM ด้วยเหตุผลหลายประการ

แล้วเครื่องวิทยุรุ่นไหนบ้างที่สามารถใช้งาน SSB ได้บ้าง
เนื่องจาก SSB มีความซับซ้อนทั้งด้านรับและด้านส่ง ดังนั้นเครื่องที่สามารถใช้งาน SSB จะเป็นเครื่องติดตั้งประจำที่เกือบทั้งหมดซึ่งในบ้านเราก็มีอยู่หลายรุ่น เช่น IC-271 IC-275 FT-726 FT-736 TM-255 เป็นต้น จะสังเกตได้ง่ายคือที่ตัวเครื่องจะมีปุ่ม LSB/USB อยู่

หลายคนอ่านหัวข้อดูแล้วมันจะเป็นไปได้หรือ 144MHz ติดต่อกันได้ถึง 700 กม นี่มันระยะทางจากกรุงเทพ ไปเชียงใหม่เลยนะ นี่ขนาดเรามีสายอากาศสูง 30 เมตร กำลังส่งเต็มที่เท่าที่มี ยังไปได้แค่ไม่เกิน 100 กม แต่เชื่อหรือไม่ว่าด้วยเครื่องกำลังส่ง 10 วัตต์ ติดต่อแบบ SSB ที่ความถี่ 144MHz และสายอากาศทิศทางวางแนวนอน (Horizontal) อัตราขยาย 10dB ก็สามารถติดต่อได้ไกลกว่า 300 กม ด้วยการใช้ Troposcatter ซึ่งถ้าเราเพิ่มกำลังส่งเป็น 100 วัตต์ และอัตราขยายสายอากาศเป็น 15dB มันชัดเจนเลยว่าระยะทางที่ติดต่อได้จะเกินกว่า 500 กม อย่างแน่นอน ด้วย Troposcatter

Troposcatter คืออะไร?
เห็นพูดถึงคำว่า Troposcatter อยู่หลายครั้งว่าคือพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยให้การติดต่อได้ไกลขึ้น ก็คงอยากรู้กันแล้วว่า Troposcatter มันคืออะไรกันแน่
ในต่างประเทศมีการใช้คำว่า “Tropo” กันอย่างแพร่หลาย แต่ถ้าพูดสั้นๆ แค่นี้จะมีความหมายถึงการแพร่กระจายคลื่นโดยอาศัยบรรยากาศ ซึ่งมีได้หลายชนิดด้วยกัน ได้แก่

Line of sight จะติดต่อได้ในระยะทาง 0-30 กม ขึ้นอยู่กับความสูงของสายอากาศคู่สถานี ซึ่งเป็นระยะที่สายอากาศทั้งสองต้นสามารถมองเห็นกันได้ โดยที่ความโค้งของโลกบัง ซึ่งแบบนี้จะสามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลาและค่อนข้างแน่นอน สัญญาณที่รับได้ก็จะชัดเจนดีมาก การติดต่อแบบ line of sight นี้นักวิทยุสมัครเล่นไทยคุ้นเคยมากที่สุดจากการที่ใช้ติดต่อกันในกลุ่มด้วยเครื่อง FM เป็นประจำเช้า-เย็น

Diffraction ระยะทางที่ติดต่อได้คือ 30-100 กม โดยคลื่นจะเดินทางไปตามความโค้งของโลก ซึ่งช่วยเพิ่มระยะทางการติดต่อแบบ line of sight ออกไปอีกหน่อย

Refraction จะติดต่อได้ 30-100 กม โดยคลื่นจะเดินทางไปตามความโค้งของโลก สาเหตุมาจากชั้นบรรยากาศด้านบนมีขนาดบางลงกว่าชั้นบรรยากาศด้านล่าง ประกอบกับความชื้น อุณหภูมิ และความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้คลื่นสามารถหักเห และเดินทางไปได้ไกลกว่าปกติ ซึ่งถ้ารวม Diffraction และ Refraction เข้าด้วยกันก็ช่วยให้ไปได้ไกลกว่า line of sight แต่สัญญาณที่รับได้จะมีอาการที่เรียกว่า QSB

Inversion จะติดต่อได้ราว 200 กม โดยเกิดจากอุณหภูมิและความชื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหันในบรรยากาศที่อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 100-1000 เมตร ส่งผลให้คลื่นวิทยุสามารถสะท้อนกลับลงมาสู่โลกได้ แทนที่จะทะลุออกไปนอกโลก

Ducting จะติดต่อกันได้เกินกว่า 1000 กม การติตต่อด้วย Ducting นี่นักวิทยุสมัครเล่นไทยเรารู้จักกันมานานแล้วและมักเรียกว่า “อากาศเปิด” หลายๆ คนประหลาดใจกับการที่สามารถติตต่อกับสถานีที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ด้วยเครื่องมือถือกับสายอากาศยางหรือสายอากาศ Slide ซึ่ง Ducting นี้ในประเทศไทยมันเกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง เกือบทั้งปี มีหลายๆ คนติดต่อจังหวัดใต้สุดของไทยด้วยสายอากาศที่ใช้อยู่เป็นประจำที่ปกติติดต่อได้แค่ 10-30 กม รอบๆ บ้าน ซึ่ง Ducting นี้เกิดจากที่ชั้นบรรยากาศมีอุหภูมิที่แตกต่างกัน และเกิดเป็นชั้นหลายชั้นที่มีอุณภูมิที่ต่างกัน ทำให้เป็นลักษณะคล้ายท่อนำคลื่นวิทยุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เหมือนท่อน้ำ ซึ่งการติดต่อจะดีมากก็จากคนที่อยู่ปลายท่อทั้งสองด้าน ส่วนคนที่อยู่นอกพื้นที่ก็จะไม่สามารถรับสัญญาณได้ ข้อมูลการเกิดสามารถดูการคาดการณ์ได้จาก http://www.dxinfocentre.com/tropo_sea.html

Troposcatter จะติดต่อได้ระยะทาง 100-700 กม Troposcatter นี่ละครับที่จะทำให้เราติดต่อระยะทางไกลๆ ได้ตลอดเวลา โดยการสะท้อนบรรยากาศของกลุ่มการแพร่กระจายคลื่นของคู่สถานี จากรูปประกอบคือการสะท้อนในพื้นที่สีแดง

Troposcatter นั้นเกิดจากการแพร่กระจายคลื่นในชั้นบรรยากาศที่ผิดปกติในชั้นบรรยากาศ Troposphere ชั้นบรรยากาศ Troposhere นั้นเป็นชั้นบรรยากาศที่อยู่ต่ำกว่าจุด Tropopause ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 10 กมเหนือพื้นโลก (Tropopause คือรอยต่อระหว่างชั้นบรรยากาศ Tropophere และ Stratosphere) ซึ่งบรรยากาศเหนือ Tropopause นั้นจะมีอุณหภูมิที่คงที่ มีความชื้นน้อย และอากาศไม่ค่อยเคลื่อนที่ ซึ่งไม่ค่อยส่งผลกระทบกับการสะท้อนของคลื่นวิทยุมากนัก Troposcatter นั้นมีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนักวิทยุสมัครเล่นสามารถใช้ประโยชน์จากการสะท้อนนี้เพื่อการติดต่อระยะทางไกลๆ ได้

โดยหลักการแล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเรื่องการติดต่อด้วย Troposcatter
สิ่งที่ต้องมีคือ
1. เครื่องส่งแบบ All Mode ที่สามารถใช้งาน SSB และ CW ได้ กำลังส่งเท่าที่มีกัน 10-200 วัตต์
2. สายอากาศทิศทาง (Yagi) วางแบบแนวนอนอย่างน้อย 1 แผง 9E ขึ้นไปกำลังดี
3. อุปกรณ์หมุนสายอากาศ จะเป็นมือหมุน หรือว่า Rotor หมุนก็แล้วแต่ ถ้าแค่แผงเดียวก็ใช้ Rotor TV หรือตัวเล็กๆ ก็พอ
แค่เท่านี้ก็เพิ่มความสนุก (มันส์) ในความถี่ 144MHz ได้มากแล้ว

มีแค่ตามในรูปนี้ก็พอแล้ว แต่ขอให้สูงกว่านี้หน่อย ให้พ้นหลังคาบ้านก็พอแล้ว
(ขออนุญาตเจ้าของสถานีด้วยนะครับ ใครรู้ตัวว่าเป็นเจ้าของ 555)

HS2JFW/K2JFW

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s